วันพุธ, กันยายน 28, 2022
No menu items!
หน้าแรกDRIVEAll New Honda Accord เจเนอเรชันที่ 10 เปิดโลกใหม่แห่งยนตรกรรม

All New Honda Accord เจเนอเรชันที่ 10 เปิดโลกใหม่แห่งยนตรกรรม

All New Honda Accord
เจเนอเรชันที่ 10 เปิดโลกใหม่แห่งยนตรกรรม

Honda Accord

               ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ เจเนอเรชันที่10ก้่าวสู่ตลาดประเทศไทยเต็มตัว มาพร้อมกับอีกขั้นแห่งยนตรกรรมสปอร์ตพรีเมียมซีดาน ที่พาคุณก้าวข้ามข้อจำกัด ด้วยการท้าทายความเชื่อและขอบเขตเดิมๆ สู่โลกบทใหม่แห่งยนตรกรรม มาพร้อมเทคโนโลยีการขับเคลื่อน ขุมพลังเทอร์โบ เครื่องยนต์ 1.5ลิตร Di VTEC TURBO 190 แรงม้าและระบบ Sport Hybrid i-MMDทรงพลังแต่คงไว้ซึ่งอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม
             พร้อมทั้งยังเพิ่มความมั่นใจในทุกการเดินทางด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง(Honda SENSING)และเทคโนโลยีความปลอดภัยระดับพรีเมียมที่ครบครัน มาพร้อมดีไซน์ใหม่ทั้งภายนอกและภายในที่ผสมผสานเอกลักษณ์ความหรูหราและความสปอร์ตไว้ได้อย่างลงตัว พร้อมตอบสนองไลฟ์สไตล์การใช้งานที่หลากหลายของลูกค้าด้วยฟังก์ชันและเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกอันล้ำสมัย โดยฮอนด้า เผยราคาประมาณการก่อนประกาศราคาอย่างเป็นทางการพร้อมการวางจำหน่าย ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ ในเดือน พฤษภาคม
              ฮอนด้า แอคคอร์ด เป็นรถยนต์ที่สำคัญรุ่นหนึ่งของฮอนด้าที่ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากลูกค้าทั่วโลกรวมถึงลูกค้าชาวไทย และได้ทำการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องจนถึงเจเนอเรชันที่ 9โดย ฮอนด้า แอคคอร์ด เป็นรถยนต์ที่เป็นผู้นำในการนำเทคโนโลยียนตรกรรมใหม่ ๆ เข้าสู่ตลาดเพื่อต่อยอดการพัฒนายนตรกรรมเสมอมา ในปัจจุบันโลกและเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วและไม่หยุดนิ่ง ครั้งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการพัฒนายนตรกรรมให้เหนือระดับไปอีกขั้น ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ เจเนอเรชันที่ 10 จะยังความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีแห่งยนตรกรรมยุคใหม่ ทั้งเทคโนโลยีการขับเคลื่อนและเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย โดยมาพร้อม 2 ขุมพลังการขับเคลื่อนได้แก่
              เครื่องยนต์ 1.5ลิตร Di VTEC TURBO ให้กำลังสูงสุด 190แรงม้าตอบสนองได้ทันใจด้วยแรงบิด 243นิวตัน-เมตร จากเทคโนโลยีไดเรคอินเจคชัน (Direct Injection) ฉีดจ่ายเชื้อเพลิงเข้าสู่ห้องเผาไหม้โดยตรง และเทอร์โบชาร์จเจอร์ (Turbocharger)ที่ช่วยอัดอากาศเข้าสู่ห้องเผาไหม้เครื่องยนต์ได้เร็วขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้ได้อย่างรวดเร็ว ประสานการทำงานกับระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ให้สมรรถนะการขับขี่มากกว่าเครื่องยนต์2.4 ลิตร และให้อัตราการประหยัดน้ำมันที่ 16.4 กิโลเมตร/ลิตร ซึ่งมากกว่าเครื่องยนต์ขนาด 2.0ลิตรในรุ่นเดิม โดยเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และรองรับน้ำมัน E85ได้อีกด้วย

imotortrip

              ระบบขับเคลื่อนSport Hybrid Intelligent Multi Mode Drive (i-MMD)เป็นการทำงานของเครื่องยนต์ขนาด2.0ลิตร Atkinson-Cycle DOHC i-VTEC 4สูบ 16วาล์ว ผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ทรงพลัง 2ตัว พร้อมด้วยเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนให้กำลังสูงสุดทั้งระบบได้ถึง 215แรงม้าสามารถปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ได้อย่างอัจฉริยะ เพื่อตอบสนองทุกการขับขี่ ได้แก่โหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Drive Mode)โหมดการขับขี่ด้วยระบบไฮบริด (Hybrid Drive Mode)และโหมดการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ (Engine Drive Mode) และยังมาพร้อมโหมดการขับขี่แบบสปอร์ต (Sport Drive Mode) ที่สามารถใช้งานได้อย่างง่ายดายเพียงกดปุ่ม Sportที่อยู่บริเวณคันเกียร์ เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสอารมณ์การขับขี่ในสไตล์สปอร์ตที่สนุกสนานเร้าใจ โดยระบบSport Hybrid i-MMD ใหม่ เป็นระบบ Full Hybrid ที่ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลังและอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยมสูงถึง 24.4กิโลเมตร/ลิตร อีกทั้งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 97 กรัม/กิโลเมตร

             สู่อีกระดับของเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง(Honda SENSING)ที่ผสานการทำงานของเรดาร์และกล้องด้านหน้า ในการตรวจจับสภาวะแวดล้อมบนท้องถนน ช่วยแจ้งเตือนผู้ขับขี่และช่วยควบคุมรถในสถานการณ์การขับขี่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เพื่อความปลอดภัยของตัวผู้ขับขี่ และเพื่อนร่วมทางบนท้องถนน ซึ่งมาพร้อมระบบความปลอดภัยที่ล้ำสมัยมากยิ่งขึ้น ประกอบด้วย

              -ระบบเตือนการชนรถและคนเดินถนนพร้อมระบบช่วยเบรก(Collision Mitigation Braking System: CMBS)

 

              -ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF)

            -ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ(Lane Keeping Assist System: LKAS)
             -ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ(Road Departure MitigationSystem with Lane Departure Warning : RDM with LDW)

 

            -ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)
           พร้อมด้วยระบบความปลอดภัยอันล้ำสมัยระดับพรีเมียมอาทิระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor: CTM)ด้วยเสียงและสัญลักษณ์เตือนบนหน้าจอ เมื่อมีรถยนต์คันอื่นขับสวนเข้ามาทางด้านซ้ายหรือขวาขณะรถถอย ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง (Multi-View Camera System: MVCS)จะทำงานผ่านกล้องที่ติดตั้ง4 จุดรอบคัน (ด้านหน้า หลัง ซ้าย และขวา) สามารถแสดงภาพได้ครบทุกมุมมอง รวมถึงภาพจำลองจากมุมสูงเพื่อให้เห็นทุกทิศทางรอบคัน ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการมองเห็นได้อย่างชัดเจนระบบช่วยจอดอัจฉริยะ พร้อมระบบช่วยเบรก (Honda Smart Parking Assist System) ระบบจะช่วยควบคุมพวงมาลัยอัตโนมัติ โดยเพียงแค่เดินหน้าหรือถอยหลังไปตามคำแนะนำ และตามตำแหน่งบนหน้าจอ ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ขับขี่ทั้งการจอดรถแนวขนานและการถอยหลังเข้าจอดได้อย่างง่ายดายเป็นต้น

            ดีไซน์ภายนอกผสานความหรูหราสง่างามกับความสปอร์ตไว้อย่างลงตัว ผ่านการออกแบบที่เรียบหรูแต่ประณีตในทุกรายละเอียด ด้วยเส้นสายที่ปราดเปรียวและเฉียบคม สะท้อนความสปอร์ตพรีเมียมอย่างเหนือระดับ มาพร้อมกระจังหน้าโครเมียมที่เชื่อมต่อกับไฟหน้าพร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวัน (Daytime Running Lights) แบบ LED โดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยไฟท้ายดีไซน์ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ แบบ LEDพร้อมด้วยล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่สไตล์สปอร์ตขนาด 17นิ้ว ในรุ่นเทอร์โบ และขนาด 18 นิ้ว ในรุ่นไฮบริด

            ภายในห้องโดยสารที่ได้รับการออกแบบอย่างประณีต ผสมผสานความความสปอร์ตพรีเมียมได้อย่างลงตัว ผ่านการใช้โครงสร้างเส้นสายในแนวนอน เพื่อทำให้บริเวณคอนโซลกลางโปร่งโล่ง และส่งผลให้มีพื้นที่ช่วงขามากขึ้น อีกทั้งมอบทัศนวิสัยที่ดีในการขับขี่ ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง สะดวกสบายด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานระดับพรีเมียม อาทิ ระบบแสดงข้อมูลบนกระจกหน้า (Head-Up Display : HUD)มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบTFT ขนาด 7 นิ้ว ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด8 นิ้วแบบAdvanced Touchรองรับการเชื่อมต่อ  Apple CarPlayและระบบสั่งการด้วยเสียงSIRIและอุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger)ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท (Engine Remote Start)เป็นต้น ซึ่งครั้งนี้ ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ ได้รับการพัฒนาในเรื่องความเงียบภายใน ห้องโดยสารไปอีกขั้น เพื่อมอบสุนทรียภาพในทุกการเดินทางอย่างเหนือระดับยิ่งขึ้น

             ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด  4สี ได้แก่ สีใหม่ สีขาวแพลทินัม (มุก) สีดำคริสตัล (มุก) สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) และสีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก) มาพร้อมสีภายในห้องโดยสาร3 สี ได้แก่ สีไอวอรี่เบจ สีดำ และสีน้ำตาล (เฉพาะรุ่น HYBRID TECH)ซึ่งขึ้นอยู่กับสีตัวรถภายนอก
โดยมีให้เลือก 3รุ่น ได้แก่
-รุ่น HYBRID TECH         ราคาไม่เกิน 1,800,000 บาท
-รุ่น HYBRID                      ราคาไม่เกิน 1,650,000 บาท
-รุ่น TURBO EL                  ราคาไม่เกิน 1,500,000 บาท
          ฮอนด้า จะประกาศราคาอย่างเป็นทางการพร้อมการวางจำหน่าย ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ ในเดือนพฤษภาคม 2562
          ทั้งนี้ ลูกค้าที่สนใจสามารถสัมผัสรถยนต์ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ ได้ที่งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 40  ระหว่างวันที่ 27มีนาคม – 7เมษายน 2562นี้ ณ บูธ A9อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของ ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ ก่อนใครได้ภายในงานหรือที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือ www.honda.co.th/accord
บทความก่อนหน้านี้MOTO GP Ducati Champion #R1 Qatar Grand Prix
บทความถัดไปA.P.Honda ร่วมมือ Kitaco, G-craft, และ Bikers 
RELATED ARTICLES

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -
Google search engine

Most Popular

Recent Comments

G-39W6M02KN0