ห้ามโดยสารในแคป? แก้ปัญหาไม่ถูกจุด!!!

ไม่ใช่เรื่องแต่ก็ทำให้เป็นเรื่อง ฝืนสังคมด้วยเอาใจตัวเอง



· ถ้าให้มองแบบเป็นกลางข้อบังคับดังกล่าวหวังดีไม่อยากให้ความสูญเสียเกิดขึ้นระหว่างเดินทางกลับบ้าน แต่สิ่งเหล่านี้จะบานปลายต่อเนื่องไปวงกว้าง แยกให้ออกระหว่างความถูกต้องข้อบังคับ กับความจริงบริบทของสังคม

· มีคำสั่งบังคับใช้กฎหมายเข้มงวดเกี่ยวกับรถยนต์ ห้ามนั่งรถโดยไม่คาดเข็มขัดนิรภัยเป็นเรื่องเก่าแต่นำมาเน้นยำกันอีกทีไม่น่าเป็นอะไรเพิ่มความปลอดภัยอีกขั้น ประเด็นไม่ได้อยู่ตรงข้อนั้นแต่ดันมีคำสั่งตามมาอีกข้อ ห้ามโดยสารคนในแคป และกระบะหลังโดยเด็ดขาด!

· หลายคนยังยังงงว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร แล้วต้องทำอย่างไร เพราะมันผิดข้อกฎหมายแน่นอน เกิดคำถามตามมาต่อเนื่องกลายเป็นเรื่องวิจารณ์สนุกปากทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ซึ่งถ้าว่ากันตามตรงผิดกฎหมายหรือไม่กับการนั่งในแคป เมื่อถามเช่นนี้ตำรวจก็ยืนยันผ่านสื่อว่ามันผิดจริง เพราะตามกฎหมายไม่มีแคปไว้บรรทุกคนแต่มีไว้เพื่อวางสิ่งของเท่านั้น แล้วที่สำคัญคือไม่เข็มคัดนิรภัยมาให้ด้วย ซึ่งผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าวว่า การจับปรับรถกระบะที่บรรทุกคนโดยสารในแคป เจ้าหน้าที่ไม่ได้จับปรับในข้อหาไม่รัดเข็มขัดนิรภัยแต่ปรับในข้อหา ใช้รถยนต์ผิดประเภท ซึ่งถือว่าผิดตาม พ.ร.บ.รถยนต์ 2522 มาตรา 21 ห้ามมิให้ผู้ใดใช้รถไม่ตรงตามประเภทที่จดทะเบียนไว้ ฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท นอกจากนี้กรณีที่ให้ผู้โดยสารนั่งข้างหลังกระบะก็ถือว่าผิดเช่นกัน

· ผู้ที่มีรถกระบะถ้าต้องการบรรทุกผู้โดยสารต้องนำรถไปต่อเติมหลังคาและติดตั้งที่นั่ง 2 แถว และนำรถไปจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกเป็นรถโดยสารสาธารณะ 7 ที่นั่งขึ้นไป แต่ไม่เกิน 12 ที่นั่ง จึงถือว่าไม่ผิดกฎหมาย สำหรับรถยนต์กระบะ 4 ประตู สามารถบรรทุกผู้โดยสารได้ปกติ แต่ต้องรัดเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง เพราะรถกระบะ 4 ประตู จดทะเบียนเป็นรถยนต์ส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่ง ที่ผ่านมาประชาชนใช้รถผิดประเภทมาโดยตลอด

· แน่นอนสิ่งเหล่านี้ยังไม่มีใครรายละเอียดมาก่อน ผู้ขายส่วนมากก็ไม่ได้อธิบายเรื่องเหล่านี้ให้คนซื้อรถได้เข้าใจ ถ้าพูดถึงเรื่องกฎหมายคือถูกต้องทั้งหมดค้านไม่ได้ แต่ถ้าเป็นเรื่องการปฏิบัติต่อประชาชนหรือสังคมมันมีแรงต้านตามมา วันที่ข่าวนี้ออกมาวันแรกบังคับใช้ เสียงสะท้อนของผู้รับเหมาก่อสร้างสบถเสียงดังฟังชัด ถึงความลำบากที่จะเกิดขึ้น เพราะลุงต้องบรรทุกลูกน้องเดินทางเข้าเมืองทุกวัน “โอ๊ยแบบนี้…ไม่ต้องซื้อรถเก๋งให้ลูกน้องขับด้วยอีกเหรอ” นั่นคือเสียงสะท้อนจากเบื้องลึก แน่นอนเสียงนั้นคือความอันอั้นในความรู้สึก

· ทั้งบ้านลุงมีรถคันเดียวเอารถกระบะบรรทุกของก่อสร้างด้วยและบรรทุกคนด้วย เพราะลูกน้องก็ไม่มีรถถึงมีเขาก็ขับมาเองไม่ได้ ด้วยค่าแรงที่จำกัดตามมาตรฐานค่าแรงงานขั้นต่ำ เข้าใจได้เรื่องห้ามนั่งรถกระเล่นสงกรานต์เพราะอันตราย ซึ่งก็เป็นเรื่องจริงแต่ถ้าดูเจตนาของคนใช้รถแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนซื้อรถกระบะมือสองเพื่อนำมาหาเงิน บรรทุกพืชผลการเกษตร หรือถ้าจะเรียกว่าอเนกประสงค์ของจริงก็น่าจะได้ ใช้ขับเที่ยว ใช้ขับไปซื้อของ ขับไปโรงพยาบาล บรรทุกของช่วยงานวัด ทุกอย่างล้วนต้องใช้รถกระบะ ถ้าไม่เป็นรถกระบะก็เป็นรถมอเตอร์ไซค์ไปไหนไกลๆก็ไม่พอ

· บางคนบอกว่าคนซื้อรถกระบะต้องเป็นคนมีเงินนะถึงซื้อรถกระบะเพราะเดี๋ยวนี้ราคาแพง ถ้าเป็นคนซื้อรถขับเคลื่อนสี่ล้อยกสูงก็เป็นเจ้าของกิจการหรือไม่ก็ไม่ได้สนเรื่องบรรทุก ซึ่งคนเหล่านั้นไม่มีปัญหากับเรื่องจ่ายภาษีในแต่ละปีรวมถึงค่าผ่อนรถ ส่วนใหญ่คนจะโดนจับปรับก็เป็นคนหาเช้ากินค่ำ กลุ่มคนที่เดินทางมาทำงานจากต่างจังหวัด ไม่อยากใช้รถหลายคัน เลยมาพร้อมกันนั่งรถคันเดียวกัน ช่วยลดปัญหาเรื่องจอดรถ ดังนั้นเวลากลับบ้านก็ต้องนั่งกระบะกลับบ้านเช่นกัน

· เรื่องความปลอดภัยถูกต้องควรมีมาตรการควบคุมแต่ก็ควรคำนึงถึงคนหมู่มาก ถ้าให้มองอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นคือเรื่องความประมาทมาเป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาคือความเมา และฝ่าฝืนกฎจราจร ซึ่งทุกข้อเหล่านี้คือปัญหาจริงควรจริงจังกับต้นเหตุ เข้มงวดให้เป็นรูปธรรมแบบไม่ต้องยกกฎหมายใช้แบบมั่วเพื่อหาเงินเข้ากระเป๋า ต่อให้นั่งกระบะหลังแต่ไม่นั่งขอบของกระบะถ้าคนขับทุกคนไม่ประมาทมันก็ไม่เกิดความสูญเสีย

· ขณะเดียวกันถ้าเมาหรือไม่เคารพกฎจราจรย่อมสุ่มเสี่ยงสร้างความเสียหายมากมาย
ถ้าจะคิดถึงหรือแสดงความเป็นห่วงประชาชน ก็ควรฟังเสียงเบาๆของคนหมู่มาก “ถ้าจะแก้อาการคันก็ควรเกาให้ถูกที่ ไม่เช่นนั้นมันก็จะแสบมากกว่าบรรเทาอาการคัน” ไม่คัดค้านความหวังดีถ้ายึดพื้นฐานความต้องการส่วนใหญ่เป็นหลัก

Load More Related Articles
Load More By imotortrip
Load More In NEWS

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Check Also

ปอร์เช่ลุยมอเตอร์สปอร์ตจับมือทีมแข่ง Penske

Porsche Motorsport  และทีมแข่ง Penske มีข้อตกลงร่วมเพื่ … …