รถยนต์สัญลักษณ์ของผู้มีไลฟ์สไตล์กลางแจ้งโดยเฉพาะ ซึ่งแยกออกจากรุ่นเดิมอย่างโมเดล H และ โมเดล F อย่างชัดเจน 

ด้วยแนวคิดการพัฒนาแบบ ”3/4” ซึ่งหมายถึง มีขนาดใหญ่กว่ารถเอสยูวีโดยทั่วไปประมาณ 1/4 และเล็กกว่ารถรถเอสยูวีสไตล์ออฟโรดฮาร์ดคอร์ประมาณ 1/4 ซึ่งเป็น “รถที่ใช่” สำหรับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ 

สำหรับ HAVAL Big Dog แตกต่างอย่างโดดเด่นด้วยการออกแบบภายนอกซึ่งมีที่มาจากแนวคิด “พลังแห่งธรรมชาติ” ที่จะทำให้ผู้คนรู้สึกถึงความผจญภัยและต้องการออกไปค้นหาความหมายของการใช้ชีวิต นำทีมออกแบบโดยมร. ฟิล ซิมมอนด์ส หัวหน้าฝ่ายออกแบบระดับโลกของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ส อดีตหัวหน้าทีมออกแบบของแลนด์โรเวอร์  ด้วยแนวคิดการออกแบบภายนอก ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจาก “พลังแห่งธรรมชาติ” ทั่วโลก อาทิ 

– ไฟหน้าที่ดูลึกลับและมั่นคง ดุจดัง “ดวงตาของโลก” อันเป็นผลจากการกัดเซาะของลมในระยะยาว       ก่อเกิดปรากฏการณ์น่าพิศวงตามธรรมชาติขึ้นในทะเลทรายซาฮารา

– กระจังหน้าสไตล์โอลิมปัสเทียร์ กระจังหน้ารถรูปแบบตารางสี่เหลี่ยมสไตล์เมทริกซ์ที่ดูน่าเกรงขาม      เกิดจากการสร้างสรรค์จิตวิญญาณแห่งโลกใหม่ ซึ่งได้รับแรงบรรดาลใจจากเทือกเขาโอลิมปัส

– เส้นสายด้านข้างของ HAVAL Big Dog ที่ใช้องค์ประกอบจาก เส้นสายโค้งมนดั่งหาดโกลด์โคสต์ ในการออกแบบและแบ่งตัวรถออกเป็นสองส่วนได้อย่างเหมาะเจาะ นำเสนอความเป็นสปอร์ตแฟชั่น

– แนวปะการัง เกรท แบร์ริเออร์ รีฟ ซึ่งยืนหยัดอยู่ท่ามกลางคลื่น เป็นแรงบันดาลใจของ โครงสร้างตัวถังแข็งแกร่งดั่งเกรท แบร์ริเออร์ รีฟ

– หรือแม้แต่การนำเอารูปทรงธรรมชาติของธารน้ำแข็งมาผสานกับการออกแบบตัวถังรถและกันชนหน้า      ธารน้ำแข็งขั้วโลกได้อย่างลงตัวและแข็งแกร่ง

– การออกแบบโดยรวมของไฟท้ายเส้นขอบฟ้า สามารถเพิ่มระดับการมองเห็นและสามารถขยายขอบเขตการมองเห็นได้มากขึ้นอีกด้วย

– จากพื้นผิวคมตัดของหน้าผาให้ความรู้สึกที่คมชัดและรุนแรงสู่ ลายเส้นหน้าผา แบบสามมิติ ใน HAVAL Big Dog ที่รวมทุกลายเส้นของรูปทรงหน้าผาที่คมชัดเข้ากับรายละเอียดของตัวรถ สร้างความมั่นคงและเฉียบคมให้กับตัวรถ

ทั้งหมดนี้ ส่งผลให้ HAVAL Big Dog เปรียบประดุจตัวแทนของความกล้าหาญและแข็งแรง นอกจากพลังแห่งธรรมชาติ ที่นำมาออกแบบภายนอกแล้ว แนวคิดในการตกแต่งภายในก็เติมเต็ม จิตวิญญาณที่สร้างพลังความกล้าหาญดุดัน ความพากเพียร เสน่ห์และความมั่นใจในตนเอง รวมถึงความแข็งแกร่งหากเงียบสงบได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น 

– แผงหน้าปัดรูปทรงพิเศษแบบ Full LCD ที่จะทลายกรอบการใช้ชีวิตและพุ่งความสนใจไปที่อุปกรณ์ตรงหน้า เสมือนการเดินออกจากมาความเคยชินที่คอยจำกัดตัวเอง ด้วยความกล้าคิดกล้าทำและค้นพบชีวิตที่น่าตื่นเต้นมากขึ้น

– ราวจับเหนือประตูผู้โดยสาร ที่แสดงถึงจิตใจที่หนักแน่นมั่นคง แม้ชีวิตจะเผชิญกับอุปสรรคและความยากลำบากมากมาย ก็สามารถก้าวไปข้างหน้าได้ การก้าวออกจากกรอบตามธรรมเนียมเดิม ๆ ด้วยการตกแต่งภายในที่จับคู่สีฉูดฉาดและลายเส้นที่ไม่ตายตัว ตัดเย็บด้วยสีสันที่ตัดกัน แสดงถึงเสน่ห์ของความมั่นใจทุกพื้นที่ในรถ

– เกียร์ไฟฟ้าแบบลูกบิด ที่เพียงหมุนเบา ๆ ก็สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างง่ายดาย เต็มไปด้วยความเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความแข็งแกร่ง

ความพิเศษของ HAVAL Big Dog ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะเมื่อมาดูในเรื่องของเทคโนโลยีที่ใส่มาแบบจัดเต็ม    ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบตัวรถ ระบบความปลอดภัย สมรรถนะ และเทคโนโลยีอัจฉริยะ ล้วนอยู่ในระดับชั้นนำของอุตสาหกรรมทั้งสิ้น นับตั้งแต่การใช้แพลตฟอร์มใหม่ที่ยกระดับโดยใช้เทคโนโลยีน้ำหนักมวลเบามาปรับโครงสร้างการเชื่อมต่อชิ้นส่วนอะไหล่และส่วนประกอบต่าง ๆ ให้เหมาะสมขึ้น ซึ่งการใช้แผงอุปกรณ์น้ำหนักเบาแต่มีความแข็งแกร่งสูงจำนวนมาก ถือเป็นเทคโนโลยีชั้นนำเมื่อเทียบกับรถยนต์รุ่นหลักๆ ทั่วไปที่อยู่ในตลาด 

– HAVAL Big Dog ติดตั้งแพลตฟอร์มอัจฉริยะ V3 และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่ทรงพลัง ซึ่งจะมอบประสบการณ์การขับขี่ใหม่ให้กับผู้บริโภค ให้มีการเดินทางที่รวดเร็ว ชาญฉลาด และปลอดภัยยิ่งขึ้น 

– ภายในมีอุปกรณ์เทคโนโลยีขั้นสูง ทั้งจอแสดงผลแบบ W-HUD ปุ่มเชื่อมต่อบลูทูธสมาร์ทโฟน ตลอดจนองค์ประกอบเทคโนโลยีที่ใช้งานได้จริงเพื่อความสะดวกสบายขั้นสุด ไม่ว่าจะเป็น ระบบสัมผัสเพื่อเปิดประตูหลัง ระบบจอดรถอัตโนมัติเต็มรูปแบบ ระบบปรับอากาศประสิทธิภาพสูงสามโซนพร้อมระบบฟอกอากาศ

– เทคโนโลยีอัจฉริยะ อันได้แก่ ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติระดับ 2 ที่มีกล้องมองภาพอัจฉริยะด้านหน้า เรดาร์ตรวจจับระยะด้านข้าง อุ่นใจในทุกเส้นทางด้วยระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ ด้วยเทคโนโลยีป้องกันอุบัติเหตุขณะขับขี่ ด้วยกล้องมองภาพ 360 องศา ระบบเตือนป้องกันการหลับในขณะขับขี่  

– ระบบล็อกเฟืองท้ายอิเล็กทรอนิกส์ ที่สามารถกระจายกำลังแรงบิดของล้อหลังจากเครื่องยนต์ให้กับเพลาข้างซ้ายและข้างขวาอย่างสมดุลที่สัดส่วน 50:50 ในเงื่อนไขที่สภาพถนนมีความซับซ้อน ระบบนี้สามารถเพิ่มความสามารถของรถยนต์ในการหลบหลีกอุปสรรคและมอบประสบการณ์การขับขี่ที่มั่นคงให้กับผู้ขับขี่

– พิเศษกับ ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ ติดตั้งระบบควบคุมการขับขี่ในทุกสภาพถนนจาก Bosch     พาร์ทเนอร์ผู้จัดจำหน่ายชั้นนำระดับโลก ซึ่งช่วยเพิ่มความทนทานของรถยนต์และเพิ่มความเพลิดเพลินขณะขับขี่ อีกทั้งยังมีการติดตั้งชุดควบคุมอิเล็กทรอนิกส์แบบไดนามิก ซึ่งสามารถกระจายแรงบิดของเพลาหน้าและเพลาหลังได้อย่างสมบูรณ์ภายในเสี้ยววินาที

– ขับง่ายด้วยระบบการขับเคลื่อน 6 โหมด ทั้งโหมดมาตรฐาน / โหมดสปอร์ต / โหมดโคลน / โหมดทราย / โหมดหิมะ / โหมดประหยัด ครอบคลุมการใช้งานในทุกสภาพถนน พร้อมมอบประสิทธิภาพการขับขี่ผ่านทุกสภาพถนนที่ทรงพลังมากขึ้น ด้วยมุมไต่ 24 องศา มุมคร่อม 22 องศา มุมจาก 30 องศา และระยะห่างจากพื้นดิน 210 มม.

Load More Related Articles
Load More By Nakon
Load More In DRIVE

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Check Also

Fritz Enzinger ส่งมอบ Porsche Motorsport ให้แก่ Thomas Laudenbach

เปลี่ยนแปลงผู้บริหาร Porsche Motorsport พร้อมลุยศึกมอเต … …